เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน 14 ส.ค. ตอน 4 ศาลเจ้ายาซากะ, โพธิสัตว์พันองค์, หอคอยเกียวโต
posted on 28 Aug 2009 09:11 by fafner in Travelรวม entry ไปเที่ยว ญี่ปุ่น หน้าร้อน
ต่อจาก entry ที่แล้ว พอออกจากศาลเจ้าเฮอัน ขึ้นรถไป ศาลเจ้ายาซากะ
ปรากฎว่ารถติดครับ ติดจริงๆ เลยลงกันก่อน 1 ป้ายที่จะถึงแล้วเดินเอาไวกว่า
ตอนเดินมีเส้นทางนักปราชญ์ด้วย แต่นี่มันหน้าร้อนไม่ใช่หน้าซากุระ ไม่เดินล่ะ ไม่ไหว
และแล้วก็มาถึง ศาลเจ้ายาซากะ
รูปปั้นที่เฝ้าประตู ไม่ใช่สิงห์แฮะ มีเขาด้วย
รู้สึกว่าจะเรียก Shishi หรือ Koma-inu ถ้าเข้าใจไม่ผิด ส่วนสิงห์แบบจีน ที่ไม่มีเขาจะเรียก Shisha
ตอนดูในพิพิธภัณฑ์ เห็นเขาใช้คำอังกฤษว่า Lion-dog แต่ก็ที่มาก็น่าจะมาจากสิงห์ของจีนน่ะแหละ
ที่นี่ผิดกับศาลเจ้าเฮอัน คือครึกครื้นกว่า มีร้านขายของตั้งเต็ม เห็นแล้วนึกถึงวัดบ้านเรา
ด้านใน มีศาลย่อยๆอยู่หลายศาลไม่รู้ว่าเทพอะไรบ้างเหมือนกัน กลางคืนคงขนลุกดีพิลึก
มีศาลแบบนี้หลายๆศาล ขอพรทุกศาลกระเป๋าแบนได้เลย
ตรงกลางลานมีศาลาห้อยโคมไฟไว้ มากลางคืนน่าจะเปิดไฟ
คนมาขอพรไม่ขาดสาย จขบ.ไปขอกับเขาเหมือนกัน
เพื่อน : "ขอพรอะไร ดูตั้งใจขอจริง"
จบข. : "ขอให้คนไข้หายดีไม่โรคแทรกน่ะสิ 555"
พวกลวดลายแกะสลักที่นี้จะมีตาข่ายมาคลุมไว้ เดาเอาเองว่าคงไว้กันนกมาเกาะ
มิโกะไม่ยอมจอดป้าย อุตสาห์โบก (ว่าไปเรื่อย เลยเรา)
ร้อนครับหลบในร่มหน่อย
และอันนี้ก็เป็นเครื่องดื่มอีกอันที่รู้สึกเสียดายเงินที่ไปหยอดมา
ปกติ จขบ. ชอบพวกชากินโดยไม่ใส่น้ำตาลอยู่แล้ว แต่อันนี้มันรสชาติบรรยายไม่ถูกจริงๆ
ชาอะไรเนี่ยรสชาติมันรับไม่ได้จริงๆ (ความเห็นส่วนตัวนะ)
ออกจาศาลเจ้ายาซากะก็มาต่อที่ ซันจูซังเง็นโด อันนี้ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเป็นวัดได้ไหม
แต่สุดยอด ประทับใจมากๆ ถ้ามีโอกาสไปเกียวโตน่าจะแวะไปดู
อยู่ตรงข้ามกับ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกียวโต
ที่นี่จะมีหอเก็บพระที่มีระเบียงยาวมาก 118 เมตรเป็นเรือนไม้ทียาวสุดในโลก
แต่ที่ประทับใจจริงเป็นสิ่งที่อยู่ด้านใน คือ มีพระโพธิสัตว์คันนนพันมืออยู่พันองค์
และยังมีเหล่าเทพพิทักษ์อีก 28 องค์ ส่วนชื่อนี่ ใครอ่าน คุจากุ คงคุ้นเคยดี
แน่นอนว่าไม่ให้ถ่ายรูปด้านในหอ
บรรยากาศรอบนอก ระเบียงยาวเหยียด
อีกด้านนึง
กว่าจะออกมาก็เย็นแล้ว ราว ๆ 5โมง
ตอนก่อนออกมาเอารองเท้าที่ถอดไว้ จะมีซุ้มขายของที่ระลึก
ด้วยความประทับใจ ทั้งเพื่อนและ จขบ. ได้ของติดมือทั้งคู่
ของเพื่อนซื้อพวงกุญแจเป็นรูป เทพวายุ กับ เทพอัสนี
ส่วน จขบ. ซื้อหนังสืมา
เล่มนี้แหละ ก็ไม่ยอมให้ถ่ายรูปด้านในนี่นา
หลังจากเอาของไปเก็บที่พัก ล้างหน้าล้างตา ก็ออกมาหาอะไรกินก่อนเที่ยวต่อ
ไปนั่งินร้านใกล้ๆสถานี มีเมนูภาษาอังกฤษ เพื่อนสั่งเป็นหม้อไฟหมู
จขบ. ไม่รู้ผีสางตนใดดลใจ สั่งปลาดิบ มาโซ้ย
แต่อร่อยแฮะอร่อยกว่าที่กินที่ Zen หรือ ฟูจิเมืองไทย ขนาดไม่ใช่ร้านด้านนี้โดยตรง
แบบว่ามันไม่คาวเลย หลังจากนั้นเลยลองสั่งข้าวหน้าปลาไหลมากิน โออิชิ จริงๆเลย
(สงสัย จขบ. จะลำเอียงซะเยอะ) ไม่ได้ถ่ายรูปอร่อยมากกินเพลินเลย
กินเสร็จออกจากร้าน ก้ไปกันต่อที่เกียวโตทาวเวอร์ครับ
อันนี้ได้บัตรขึ้นชมฟรีจากโรงแรม ไม่งั้นเสียค่าชมวิว 700เยน (ถ้าไม่ฟรี จขบ.มาก็ไม่ขึ้นหรอก)
เกียวโตทาวเวอร์ ถึงไม่สูงที่สุด แต่น่ารักสุดแล้วในบรรดาหอคอยที่ญี่ปุ่น
อันนี้ล่ะเกียวโตทาวเวอร์ (รูปจากวันอื่น)
ส่วนอันนี้ผ่านกระบวนการ โมเอะ แล้ว, น่ารักไหมล่ะ
มองลงไปเห็นรถ Taxi รอผู้โยสารหน้าสถานี Kyoto เต็มไปหมด
วิวจากชั้นบน
ส่วนอันนี้ เพื่อนมันลืมอายุ สาวๆที่รอถ่ายรูปส่งเสียงกันใหญ่(หัวเราะ)
ตอนจะขึ้นไปเกียวโตทาวเวอรืต้องขึ้นลิฟท์ที่ชั้น 1 เพื่อไปต่อลิฟท์อีกตัวที่ชั้น 11
จขบ. หลงไปชั้น 2, 3 หาทางขึ้นไปชั้นบนไม่ได้
Entry หน้ายังคงเป็น 14 ส.ค. อยู่
ครั้งหน้าเป็นที่ๆไปแล้วประทับใจมากที่นึงในการเดินทางครั้งนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ หลงเข้ามาอ่าน หวังว่าคงจะติดตามตอนที่ 5 กันต่อไปนะครับ
edit @ 28 Aug 2009 21:58:38 by Fafner
edit @ 28 Aug 2009 22:02:24 by Fafner
edit @ 28 Aug 2009 22:09:24 by Fafner
edit @ 6 Sep 2009 16:10:16 by Fafner




















จังค่ะ
เมืองเขาดูเป็นระเบียบดีจัง
กลางคืนแล้วสินะ พรุ่งนี้ วันที่ 15 ซะที
#1 By JochKun on 2009-08-28 22:10